เตรียมความพร้อมก่อนสอบปฏิบัติ เตรียมทหาร สำหรับเด็กผู้ชายหลายๆคนคงมีความฝันอยากจะเป็นทหารเพราะเป็นรั้วของชาติ อยากเป็นตำรวจเพราะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ซึ่งเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เสียสละ และต้องมีความอดทน เพื่อรับใช้ชาติ แต่กว่าจะได้เข้ามาเป็นนักเรียนเตรียมทหาร 4 เหล่าทัพ ต้องทุ่มเทอ่านหนังสือ ติวเข้ม ฝึกซ้อมร่างกายขนาดไหน และต้องเจอกับอะไรบ้าง เหล่ารุ่นพี่มาเล่าประสบการณ์การเตรียมตัวก่อนเข้าโรงเรียนลูกผู้ชายให้ฟังค่ะ

ขอสวัสดีครับทรูปลูกปัญญากระผม พัสกร เมธาเกียรติ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่3 เหล่าทหารบก กระผม ณัชพงศ์ เดชาสุวรรณ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่3 เหล่าทหารอากาศ กระผม จุลจิตต์ สุวานิชกุล นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่3 เหล่าตำรวจครับ

เส้นทางการเลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหาร 4 เหล่าทัพ
จุลจิตต์: อันดับแรกน้องควรคิดก่อนว่าอยากจะเลือกเหล่าไหน เลือกทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศหรือตำรวจ เพราะว่าถ้าน้องสอบได้แล้ว จะไม่มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนเหล่าได้ ถ้าน้องไม่ชอบเหล่านั้นและไปทำงานที่เหล่านั้น น้องก็จะไม่มีความสุขแน่นอนครับ

การเตรียมตัวสอบภาควิชาการ
จุลจิตต์: พี่ก็จะหาข้อสอบเก่าของปีก่อนๆ 4 ปีที่แล้ว 5 ปีที่แล้วประมาณนี้ครับมานั่งอ่านมาทำโจทย์ดู ถ้าน้องไม่เข้าใจจริงๆ น้องก็อาจไปเรียนพิเศษที่เขาติวตรงเข้าเตรียมทหารเพราะว่าอาจารย์เขาจะสอนวิธีการทำต่างๆวิธีการคิดง่ายๆให้น้องๆครับ
พัสกร: ผมจะใช้วิธีการตั้งใจเรียนในห้องเรียนครับ ซึ่งเป็นวิชาที่จะต้องใช้อยู่แล้วเป็นวิชาพื้นฐาน จะทำให้ได้วิชา ได้เนื้อหาและถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ไปเรียนเพิ่มเติมหรือไม่ก็ไปอ่านทบทวน พอใกล้ๆสอบจะเอาโจทย์เก่าโจทย์ที่เคยออกไปแล้ว มาทำซ้ำครับ
ณัชพงศ์: สำหรับตัวพี่เองก่อนที่พี่จะสอบเข้ามาเป็นนักเรียนเตรียมทหาร พี่ได้จัดตารางเวลาเช้า กลางวัน เย็นว่าพี่จะทำอะไรบ้าง เช่นในช่วงเช้าพี่จะอ่านวิชาคณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษ ตอนกลางวันพี่จะอ่านวิทยาศาสตร์ ตอนเย็นพี่จะอ่านสังคมและภาษาไทย พี่ก็จัดเวลาว่าเราจะอ่านสลับกันวิชาอย่างละชั่วโมง เพราะว่าหลักสำคัญในการอ่านหนังสือ เราไม่ควรอ่านเกิน1ชั่วโมงเพราะว่าจะทำให้หัวสมองล้า หลังจากนั้นที่เราทำเสร็จใน 1 วัน วันรุ่งขึ้นก็จะเป็นวันผ่อนคลายของเราเป็นการทำกิจกรรมกับเพื่อนกับครอบครัวหรือว่าออกไปเที่ยว ทำให้เราไม่ตึงเครียดเกินไป แล้วจะทำให้จิตแจ่มใสขึ้นพร้อมที่จะรับข้อมูลในการที่จะอ่านหนังสือในวันต่อไป เมื่อเราเตรียมตัวสำหรับด้านวิชาการเรียบร้อยแล้วในช่วง 1 เดือนแรก ในช่วง 1 เดือนหลังเราก็จะหาข้อสอบย้อนหลังจากรุ่นก่อนๆในปีก่อนๆ เก็บรวบรวมมาตะลุยโจทย์แล้วก็ทำซ้ำประมาณ 3-4 รอบครับ เพื่อที่จะสามารถทำข้อสอบได้รวดเร็วในเวลาที่จำกัด

การเตรียมร่างกาย
จุลจิตต์: น้องๆควรจะเตรียมตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะว่าถ้าน้องมาเตรียม 2 – 3 เดือนก่อนจะสอบ ร่างกายจะปรับตัวไม่ทัน น้องๆ อาจจะวิ่งทุกวัน ว่ายน้ำ ดึงข้อ ดันพื้น เป็นประจำ ทำบ่อยๆ ร่างกายก็จะชินไปเอง ยิ่งการว่ายน้ำ จะเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดเพราะว่าถ้าน้องๆ ว่ายน้ำไม่ผ่าน น้องๆก็จะตกจะไม่มีสิทธิ์สอบเป็นนักเรียนเตรียมทหารได้
พัสกร: สำหรับการทดสอบพละจะมีสถานีการทดสอบทั้งหมด 8 สถานี สำหรับผมจะจำลองสถานการณ์จริงจากสถานีต่างๆครับ จดสกอร์คะแนนที่เราทำได้และนำไปเทียบของคะแนนแต่ละเหล่าทัพที่เราต้องการจะเข้าครับ น้องๆก็อย่าลืมการสอบภาควิชาการนะครับ เพราะว่าภาควิชาการนี้จะเป็นตัวนำน้องๆเข้าไปสู่การสอบภาคพละ ถ้าน้องสอบไม่ผ่านภาควิชาการ น้องๆก็จะไม่มีสิทธิ์สอบภาคพละครับ
ณัชพงศ์: ทางด้านร่างกายเราก็จะมีการจัดสรรตารางเวลาคล้ายๆกับการเตรียมวิชาการช่วงเช้าเราจะวิ่ง ตอนกลางวันเราจะปฏิบัติท่า เช่น ท่าดันพื้น ซิทอัพ หรือว่า ดึงข้อ ช่วงเย็นผ่อนคลายโดยการว่ายน้ำ เราก็จะพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ สมมุติเราเตรียมร่างกายได้เต็ม ด้านวิชาการเราผ่านมาได้แล้ว แน่นอนว่าเราสอบติดเพราะเราจะได้เปรียบคู่ต่อสู้ โดยคนส่วนใหญ่เมื่อผ่านวิชาการมาแล้ว จะไม่ค่อยใส่ใจในด้านสุขภาพร่างกายจะทำให้สอบตกในด้านร่างกายกันมาก

ฝากถึงน้องๆที่อยากสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร 4 เหล่าทัพ
จุลจิตต์: พี่จะขอให้น้องๆที่ต้องการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ขอให้น้องๆสอบได้ทุกคนครับ ตั้งใจทำตามฝันให้ได้ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็อยู่ที่นั้น ยิ่งถ้าน้องเตรียมตัวก่อนน้องก็ยิ่งได้เปรียบเพราะเพื่อนๆเราคู่แข่งของเราเขาก็ไม่มีวันรอน้องๆแน่นอนครับ
พัสกร: สุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากน้องๆที่จะตั้งใจเข้ามาเป็นนักเรียนเตรียมทหารอยากจะให้เริ่มต้นเร็วๆ เริ่มต้นได้ตั้งแต่ตอนนี้เพราะว่าถ้าน้องๆ ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่เท่ากับน้องๆได้กำไรมากกว่าเพื่อนมากกว่าคู่แข่ง และถ้าน้องหยุดนิ่งเมื่อไหร่เท่ากับน้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว เพราะเพื่อนจะไม่หยุด
ณัชพงศ์: พี่จะขอฝากน้องๆทุกคนรีบเตรียมตัว เตรียมสมอง และด้านร่างกายเพื่อที่พร้อมที่จะต่อสู้กับบุคคลอื่นๆที่ต้องการจะสอบเข้ามาเหมือนกันอย่างน้องๆ ขอให้น้องๆทุกคนมีความตั้งใจและความพยายามเต็มที่ครับ