รถกระบะรับจ้าง วิธีเช็ครถในช่วงหน้าฝนป้องกันอันตรายในการขับขี่รถยนต์ ในช่วงหน้าฝนที่ฝนเริ่มตกถี่แทบจะทุกวันแบบนี้ การเดินทางสัญจรไปในที่ต่าง ๆ ด้วยรถยนต์นั้นได้รับผลกระทบเต็ม ๆ กับสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างแน่นอน ทั้งเรื่องของความอันตรายในการขับขี่

ทั้งเรื่องของสภาพรถยนต์ที่ต้องเสี่ยงมากขึ้น ทำให้สายฝนไม่ใช่สิ่งที่ดีกับคนที่ขับรถยนต์เป็นประจำนัก แต่เมื่อเราอยู่ใต้ฟ้า เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรกับฝนจริงไหมครับ ถ้าเรามีการเตรียมตัวและเตรียมพร้อมรถยนต์ของเราให้สามารถเผชิญกับฝนได้ อีกทั้งถ้าเรามีการทำประกันแบบชั้น 1 ไว้ก็ไม่ต้องห่วงอะไรมากมาย ถ้าใครยังไม่ได้ทำแต่คิดว่ากำลังจะทำจะลองเช็คราคาประกันชั้น 1 เพื่อพิจารณากำลังทรัพย์ก็ไม่เสียหายนะครับ มาดูกันดีกว่าครับว่าหน้าฝนแบบนี้เราต้องเช็คอะไรบ้างก่อนใช้รถยนต์เดินทาง

1. ใบปัดน้ำฝนความสำคัญที่เป็นอันดับหนึ่งในช่วงฝนตก

เรื่องของทัศนวิสัยในการขับขี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการขับรถยนต์ถ้ามองทางไม่ชัดเจนอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้ง่ายมาก ยิ่งช่วงฝนตกยิ่งทำให้การมองทางของผู้ขับขี่ยิ่งแย่ใหญ่ การมีใบปัดน้ำฝนที่ยังคงทำงานดีอยู่จะช่วยทำให้คุณอุ่นใจในเรื่องการขับขี่ได้มากทีเดียวครับ ดังนั้น ถ้าคุณเช็คราคาประกันชั้น 1 แล้วว่าเบี้ยประกันอาจจะสูงไป คุณอาจจะรับภาระไม่ไหว ก็ขอให้คุณกลับมาพิจารณาที่ต้นสายปลายเหตุอีกครั้งนะครับ ก็คือ คุณจะต้องทำการตรวจเช็ครถเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุให้ได้ ใบบัดน้ำฝนเป็นสิ่งแรกที่คุณต้องพิจารณาก่อนเลยในช่วงหน้าฝนแบบนี้ ต้องดูเลยว่าเสื่อมสภาพหรือไม่ ถ้าเสื่อมสภาพแล้วก็ให้เปลี่ยนใหม่ ซึ่งราคาก็ไม่แพงแค่หลักร้อยเท่านั้น ยังไงก็ไม่แพงถ้าเทียบกับความปลอดภัยในการขับขี่ของเรา

2. ยางรถยนต์ก็อย่ามองข้ามเด็ดขาด

ถ้าคุณมีการเช็คราคาประกันชั้น 1 แล้วคุณต้องไม่ลืมเช็คสิ่งที่สำคัญกว่านั้นด้วยคือการเช็คสภาพของยางรถยนต์ครับ เมื่อฝนตกถนนจะลื่นมาก ถ้าดอกยางของคุณไม่ดีล่ะก็ จะไม่เกาะถนนเลย ทำให้เกิดการลื่นไถลและควบคุมรถไม่ได้ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุอย่างแน่นอน การเช็คสภาพยางรถยนต์ก็ไม่ยาก ถ้าดอกยางรถยนต์ของคุณมีความลึกต่ำกว่า 3 มิลลิเมตรก็หมายความว่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้วล่ะครับ ถ้าคุณมีการเช็คราคาประกันชั้น 1 แล้วคุณจ่ายไม่ไหว ก็เปลี่ยนใจมาเช็คสภาพยางรถยนต์และเตรียมเปลี่ยนยางจะดีกว่าครับ

3. ระบบไฟส่องสว่างต่าง ๆ ก็สำคัญ

การตรวจเช็คระบบไฟส่องสว่างช่วยลดอุบัติเหตุลงได้มากเลยนะครับ ซึ่งคุณตรวจเช็คทั้งหมดไม่ว่า จะเป็นไฟหน้า ไฟเบรกไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟตัดหมอกหรือไฟส่องสว่างอื่น ๆ เพราะการเช็คระบบส่องสว่างช่วยได้มากในการขับขี่ฝ่าสายฝน ทำให้เรามองทางได้ชัดเจนขึ้น

4. ระบบเบรกก็ต้องตรวจเช็คด้วย

คุณมีการเช็คราคาประกันชั้น 1 แล้ว เช็คสภาพรถภายนอกอื่น ๆ แล้ว การเช็คสภาพรถภายในก็ต้องทำด้วยอย่างระบบเบรก น้ำมันเบรก ผ้าเบรก คุณต้องตรวจเช็คทั้งหมดนะครับ อย่าลืมว่าเวลาฝนตกนั้น มีหลายครั้งทีเดียวที่เรามีความจำเป็นต้องเบรกฉุกเฉิน ซึ่งถนนเปียก ๆ แบบนี้ ระยะในการเบรกจะต้องมากกว่าถนนแห้ง ซึ่งถ้าระบบเบรกภายในทำงานได้ดี ก็จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุลงได้มาก แต่ถ้าคุณเบรกแล้ว เริ่มมีเสียงดังอันนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนผ้าเบรกได้แล้ว